เปิดร้านขายของชำ เริ่มต้นอย่างไร? รวมงบลงทุน สินค้า และวิธีบริหารร้าน
ร้านขายของชำเป็นธุรกิจที่อยู่คู่ชุมชนมาอย่างยาวนาน มีสินค้าที่ทุกบ้านต้องใช้ ตั้งแต่ข้าวสาร น้ำดื่ม ไปจนถึงผงซักฟอกและขนมสำหรับเด็ก หลายคนมักเลือกแวะร้านใกล้บ้านก่อนเข้าห้างสรรพสินค้า เพราะทั้งสะดวก สามารถซื้อได้ทีละน้อย และคุ้นเคยกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดี
สำหรับใครที่อยากเปิดร้านขายของ อาจสงสัยว่า เปิดร้านขายของชำ งบเท่าไหร่? บทความนี้จึงรวบรวมแนวทางประเมินงบประมาณ สิ่งที่ต้องเตรียม และวิธีบริหารร้านขายของชำเบื้องต้น เพื่อให้คุณวางแผนเปิดร้านได้ด้วยตัวเอง
ธุรกิจร้านขายของชำยังน่าสนใจอยู่ไหมในปี 2026?
จุดแข็งของร้านขายของชำคือการขายสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ดังนั้นต่อให้ค่าครองชีพในสังคมสูงขึ้น คนส่วนใหญ่ก็ยังต้องซื้อของกินของใช้เหล่านี้อยู่ดี นอกจากนี้ร้านขายของชำยังมีความยืดหยุ่นที่ร้านใหญ่ทำได้ยาก เช่น ขายในปริมาณน้อย รู้ใจลูกค้าประจำ และเปิดปิดร้านได้ตามการใช้ชีวิตของชุมชน
ร้านขายของชำ คือธุรกิจที่เหมาะกับคนที่อยู่ใกล้ชุมชน ต้องการเริ่มธุรกิจด้วยเงินทุนไม่สูงมาก และมีเวลาในการดูแลร้าน เช่น พ่อค้าแม่ค้าที่อยากต่อยอดกิจการเดิม หรือคนที่มีพื้นที่หน้าบ้านว่างอยู่แล้ว
ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเปิดร้าน
- ทำเลและกำลังซื้อ อยู่ในรัศมีที่คนเดินหรือขับรถมาซื้อได้ มีครัวเรือนและผู้สัญจรมากพอ
- คู่แข่งใกล้เคียง สำรวจจำนวนร้านชำหรือร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ และหาจุดเด่นที่แตกต่าง
- เงินทุนและเงินสำรอง สำหรับค่าใช้จ่ายช่วงแรก โดยไม่ต้องหมุนจากรายได้ของร้านทันที
- เวลาและแรงงาน มีคนดูแลตลอดทั้งวันที่เปิดร้าน ทั้งเรื่องรับของ เช็กสต็อก และขายหน้าร้าน
- ระยะเวลาคืนทุนที่รับได้ เพราะการเปิดร้านขายของชำในช่วงแรกกำไรมักน้อย จึงควรเผื่อเวลาไว้
ต้องการเงินทุนต่อยอดอาชีพ สมัครสินเชื่อกับ กู๊ดมันนี่ คลิก
เปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ลงทุนเท่าไหร่? ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม
เปิดร้านขายของชำ งบเท่าไหร่? คำตอบอาจไม่มีตัวเลขที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับขนาดร้าน สภาพพื้นที่ สินค้า และแรงงานที่ใช้ โดยเราสามารถแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนต่าง ๆ ดังนี้
- ค่าเช่าหรือปรับปรุงพื้นที่ ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับทำเลและขนาดพื้นที่
- ค่าอุปกรณ์ ชั้นวางสินค้า ตู้แช่ โต๊ะเคาน์เตอร์ และป้ายร้าน
- ค่าสินค้าสต็อกแรก นับเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของงบประมาณทั้งหมด
- ค่า POS และระบบจัดการร้าน ทั้งสมุดจด ตารางบันทึกในโทรศัพท์ ไปจนถึงเครื่อง POS
- เงินทุนหมุนเวียน สำหรับค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับเติมสินค้าในช่วง 3 เดือนแรก
ตัวอย่างงบประมาณการเปิดร้านขายของชำตามขนาด
- ร้านขนาดเล็ก ซึ่งใช้พื้นที่หน้าบ้านหรือห้องแถวที่มีอยู่แล้ว ขายสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันเป็นหลัก ใช้งบประมาณ 50,000–100,000 บาท
- ร้านขนาดกลาง ที่มีการเช่าพื้นที่ วางตู้แช่และชั้นวาง มีสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ ใช้งบประมาณ 150,000–300,000 บาท
- ร้านแนวมินิมาร์ท พื้นที่กว้าง มีระบบ POS และวางขายสินค้าทุกหมวดหมู่ ใช้งบประมาณ 300,000–500,000 บาทขึ้นไป
อ่านบทความเกี่ยวกับความรู้ทางการเงิน อาชีพอิสระ พ่อค้า แม่ค้า อยากกู้เงิน เตรียมตัวยังไงให้ผ่านฉลุย
เปิดร้านขายของชำ ต้องเตรียมตัวเรื่องอะไรก่อน
สำรวจทำเล กลุ่มลูกค้า และคู่แข่ง
- ทำเล ควรเลือกทำเลที่มีคนผ่านบ่อยหรืออยู่อาศัยหนาแน่น เช่น ใกล้หมู่บ้าน หอพัก โรงเรียน หรือที่ทำงาน มีที่จอดรถหรือทางเข้าสะดวก
- กลุ่มลูกค้า สังเกตกลุ่มคนในพื้นที่ เช่น ครอบครัว นักเรียน คนทำงาน หรือแรงงาน เพราะแต่ละกลุ่มต้องการสินค้าไม่เหมือนกัน
- คู่แข่ง สำรวจว่ามีร้านชำหรือร้านสะดวกซื้ออยู่รอบข้างกี่ร้าน เปิดถึงกี่โมง ขายสินค้าอะไร และมีอะไรที่ยังไม่มีใครตอบโจทย์ในย่านนั้น
กำหนดรูปแบบการขาย
- หน้าร้าน คือช่องทางการขายสินค้าหลักของร้านชำส่วนใหญ่
- รับออเดอร์ออนไลน์ ผ่านเพจหรือ LINE ของร้าน เหมาะกับลูกค้าประจำในละแวกใกล้เคียง
- บริการจัดส่งสินค้า (Delivery) ส่งเองในระยะใกล้ หรือผ่านแพลตฟอร์มสั่งของ ควรคำนวณค่าส่งและเวลาที่ต้องใช้ด้วย
- ช่องทางชำระเงิน ทั้งเงินสดและ QR พร้อมเพย์ ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น
วางแผนสินค้าที่จะนำมาขาย
- สินค้าจำเป็น เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาล เครื่องปรุง ไข่ น้ำดื่ม และของใช้ส่วนตัว
- สินค้าตามกลุ่มลูกค้า เช่น ร้านใกล้โรงเรียนอาจเน้นขนมและเครื่องดื่ม ร้านใกล้ที่พักคนทำงานอาจเน้นอาหารพร้อมทานและของใช้ส่วนตัว
- สินค้าขายดีและหมุนเร็ว ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญทำให้เงินทุนไม่จมไปกับของที่ขายช้า
คำนวณต้นทุน อัตรากำไรขั้นต้น และกำไร
- ต้นทุนสินค้า คือราคาสินค้าทั้งหมด โดยอาจรวมค่าขนส่งจากแหล่งซื้อสินค้า
- ค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าแรง และค่าอุปกรณ์ในร้านขายของชำ
- Margin ส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุน เช่น ซื้อสินค้ามา 20 บาท ขายในราคา 25 บาท ได้กำไรขั้นต้น 5 บาท หรือ 20%
- กำไร รายได้ร้านขายของชำที่หักต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
- จุดคุ้มทุน เช่น มีค่าใช้จ่ายคงที่เดือนละ 15,000 บาท และ Margin เฉลี่ย 20% ร้านต้องมียอดขาย 75,000 บาทต่อเดือน หรือวันละ 2,500 บาท
หาแหล่ง Supplier และเปรียบเทียบต้นทุน
- ร้านค้าส่ง เหมาะกับร้านขายของชำขนาดเล็กที่ต้องการซื้อหลายหมวดในที่เดียวและซื้อทีละไม่มาก
- Distributor มีสินค้าแบรนด์ใหญ่ที่ส่งตรงถึงร้าน และอาจมีโปรโมชันเป็นรอบ
- ผู้ผลิต โรงงานผู้ผลิตสินค้ามักให้ราคาต่อชิ้นที่ถูกกว่า แต่ต้องซื้อในปริมาณมาก
- MOQ / เครดิต / ค่าขนส่ง เปรียบเทียบยอดสั่งขั้นต่ำ เงื่อนไขเครดิต และค่าขนส่งก่อนเสมอ
เตรียมอุปกรณ์สำหรับเปิดร้านขายของ
- ชั้นวาง ขนาดที่เหมาะกับพื้นที่ เป็นอุปกรณ์ที่สามารถปรับเพิ่มเติมได้ในภายหลัง
- ตู้แช่ มีค่าไฟเพิ่มเติม คุณจึงควรคำนวณค่าใช้จ่ายในส่วนนี้รวมไว้ด้วย
- เครื่องคิดเงิน ตั้งแต่เครื่องคิดเลขไปจนถึงระบบขายหน้าร้านที่ช่วยให้การคิดเงินเป็นระบบ
- เครื่องสแกนบาร์โค้ด ช่วยให้คิดเงินได้รวดเร็วขึ้น ลดความผิดพลาด โดยเฉพาะเมื่อสินค้ามีความหลากหลาย
วางระบบขายหน้าร้าน (POS) และจัดการสต็อก
- บันทึกการขาย ทุกบิลควรถูกบันทึก ไม่ว่าจะใช้สมุด ตาราง หรือโปรแกรม
- ตัดสต็อก ระบบที่ตัดสต็อกอัตโนมัติช่วยลดการนับมือ
- เช็กสินค้าคงเหลือ เพื่อสั่งของก่อนสินค้าขาดชั้น
- ดูยอดขาย ทำให้เห็นว่าสินค้าตัวไหนขายดีและตัวไหนค้างนาน โดยอาจเริ่มจากตาราง Excel หรือ Google ชีตก่อนได้
กู้สินเชื่ออย่างเป็นธรรม ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ดาวน์โหลดแอป คลิก
ขั้นตอนการจดทะเบียนและขอใบอนุญาตร้านขายของชำ
การเปิดร้านให้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นหลักฐานสำคัญที่ร้านต้องใช้ เมื่อยื่นภาษีหรือยื่นเอกสารทางการเงิน การจดทะเบียนและขอใบอนุญาตร้านขายของชำ มักมีขั้นตอนไม่ซับซ้อน และมีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามสินค้าที่ขายและพื้นที่ที่ตั้งร้าน ดังนี้
ขั้นตอนการจดทะเบียนร้านขายของชำให้ถูกต้อง
- จดทะเบียนพาณิชย์ (ทะเบียนการค้า) ยื่นต่อหน่วยงานในพื้นที่ที่ร้านตั้งอยู่
- เตรียมเอกสารประกอบการจดทะเบียน ตามรายการที่ระบุในหัวข้อถัดไป
- ประเมินว่าต้องจด VAT หรือไม่ โดยทั่วไปเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับจากวันที่ยอดขายเกินเกณฑ์
- ขอใบอนุญาตเพิ่มเติมถ้าจะขายสินค้าควบคุม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือบุหรี่
- ขอใบรับรองสถานที่จำหน่ายอาหาร (ถ้ามีขายอาหารสดหรืออาหารปรุงสำเร็จ)
- ติดใบทะเบียนและใบอนุญาตทั้งหมดไว้ในจุดที่มองเห็นได้ในร้าน
จดทะเบียนพาณิชย์ที่ไหน ใช้เอกสารอะไรบ้าง
- ในกรุงเทพฯ ยื่นที่สำนักงานเขตที่ร้านตั้งอยู่ (ฝ่ายปกครอง)
- ต่างจังหวัด ยื่นที่เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่
- กำหนดเวลาและค่าธรรมเนียม ต้องยื่นภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มเปิดกิจการ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนใหม่ประมาณ 50 บาท
เอกสารที่ต้องใช้
- บัตรประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนา ของเจ้าของร้าน
- ทะเบียนบ้านตัวจริงพร้อมสำเนา ของเจ้าของร้าน
- สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งร้าน
- หนังสือให้ความยินยอมให้ใช้สถานที่ (กรณีไม่ใช่บ้านตัวเอง) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของเจ้าของสถานที่ หรือสัญญาเช่าถ้ามีการเช่า
- แผนที่ตั้งร้านโดยสังเขป
- หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทน)
ร้านขายของชำต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง
ร้านขายของชำทั่วไปที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภคปกติ ไม่ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะเพิ่มเติมนอกจากทะเบียนพาณิชย์ แต่หากร้านขายของชำที่มีประเภทสินค้าและลักษณะร้านเหล่านี้ ควรขอใบอนุญาตเพิ่มเติม
- สินค้าที่มีกฎหมายควบคุม ตรวจสอบมีข้อกำหนดหรือใบอนุญาตเฉพาะ
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ขอใบอนุญาตแยกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น ช่วงเวลาที่จำหน่ายได้ และห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
- ข้อกำหนดเพิ่มเติมตามลักษณะร้าน เช่น ร้านที่ขายอาหารสดหรืออาหารปรุงสำเร็จ อาจต้องได้รับใบรับรองสถานที่จำหน่ายอาหารจากหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น
ก่อนเปิดร้านขายของควรตรวจสอบอะไรบ้าง
- ประเภทสินค้าที่จะจำหน่าย
- สถานที่ตั้งร้าน
- ข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Checklist ร้านขายของชำต้องมีสินค้าอะไรบ้าง?
ก่อนเลือกสินค้าเข้าร้านขายของชำ คุณควรเริ่มจากการศึกษาพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าในพื้นที่ และเลือกวางสินค้าที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ซื้อซ้ำบ่อย และเหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อช่วยให้บริหารสต็อกได้ง่าย ลดสินค้าค้าง และเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยรายการสินค้าที่ร้านขายของชำควรมี เช่น
- อาหารและเครื่องดื่ม เช่น ข้าวสาร ไข่ นม น้ำดื่ม น้ำอัดลม กาแฟ ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง
- ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องปรุงรส น้ำมันพืช น้ำตาล น้ำปลา ซอส
- ของใช้ในบ้าน เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม ถุงขยะ กระดาษทิชชู
- ของใช้ส่วนตัว เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผ้าอนามัย
- สินค้าตามกลุ่มลูกค้าและทำเล เช่น ขนมและเครื่องเขียนใกล้โรงเรียน หรืออาหารพร้อมทานใกล้ที่ทำงาน
- สินค้าที่ไม่ควรสต็อกมากเกินไป ได้แก่ สินค้าที่มีอายุสั้น สินค้าตามกระแสที่อาจซาเร็ว และสินค้าราคาสูงที่ขายได้ช้า ควรซื้อทีละน้อยแล้วเติมตามยอดขายจริง
อ่านบทความเกี่ยวกับความรู้ทางการเงิน สินเชื่อ SME คืออะไร? รู้จักประเภทและเงื่อนไขรายได้ก่อนยื่นกู้
กู๊ดมันนี่ สินเชื่อถูกกฎหมาย สมัครง่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่
วิธีจัดร้านขายของชำยังให้ลูกค้าอยากแวะซื้อซ้ำ
คุณควรออกแบบร้านขายของชำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก มองหาสินค้าได้ง่าย และรู้สึกประทับใจ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำอีกครั้ง
- แสงสว่างเพียงพอ ไม่มีมุมอับ ช่วยให้ดูสะอาด ปลอดภัย รวมถึงสามารถเห็นราคาและวันหมดอายุได้ชัด
- จัดสินค้าเป็นหมวดหมู่ชัดเจน แยกอาหารแห้ง เครื่องดื่ม ของใช้ในบ้าน ของใช้ส่วนตัวออกจากกัน
- วางสินค้าขายดีหรือสินค้าใหม่ในระดับสายตา ทำให้ลูกค้ามองเห็นและหยิบได้ง่ายขึ้น
- วางของจำเป็นที่ซื้อซ้ำบ่อยในจุดที่มองเห็นง่าย เช่น น้ำดื่ม ไข่ ข้าวสาร
- มีมุมสินค้าราคาย่อมเยาใกล้เคาน์เตอร์คิดเงิน ที่ให้ลูกค้าหยิบเพิ่มระหว่างรอจ่ายเงินได้
- ติดป้ายราคาและป้ายโปรโมชันให้ชัด ลูกค้าจะได้ไม่ต้องถามทุกครั้ง และเห็นข้อเสนอโดยไม่ต้องหา
- ดูแลความสะอาดร้านและจัดเรียงสินค้าสม่ำเสมอ ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในคุณภาพสินค้า
- หมุนเวียนสินค้าแบบระบบ First In First Out (FIFO) วางสินค้าล็อตใหม่ไว้ด้านหลัง สินค้าล็อตเก่าไว้ด้านหน้า เพื่อให้ของที่เข้าร้านก่อนถูกขายก่อน ลดปัญหาสินค้าหมดอายุ
เปิดร้านขายของชำอย่างไรให้มีกำไร?
หากต้องการให้ร้านขายของชำมีกำไร เจ้าของร้านต้องบริหารต้นทุน สต็อกสินค้า และกระแสเงินสดควบคู่กันไป เพราะแม้จะมีลูกค้าเข้าร้านจำนวนมาก หากควบคุมค่าใช้จ่ายหรือวางแผนสินค้าไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้กำไรที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดไว้
- ควบคุมต้นทุน เปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่ง สังเกตโปรโมชันของ Supplier และรวมต้นทุนจากการขนส่ง ค่าไฟตู้แช่ และค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ
- บริหารสินค้าขายดีและขายช้า สินค้าที่ขายดีต้องมีพร้อมไม่ให้ขาดชั้น ส่วนสินค้าที่ขายช้า อาจลดปริมาณลง หรือยกเลิกการสั่งซื้อ เพื่อป้องกันปัญหาเงินทุนจมและสินค้าหมุนเวียนช้า
- ลดสินค้าค้างสต็อก ด้วยการเช็กวันหมดอายุ และจัดลดราคาหรือจับคู่ขายเพื่อให้สามารถขายออกได้ง่ายขึ้น
- เพิ่มยอดซื้อต่อบิล เช่น จัดสินค้าที่ใช้คู่กันไว้ใกล้กัน หรือทำโปรโมชันซื้อครบตามยอด
- บริหารเงินสดและเงินทุนหมุนเวียน แยกเงินของร้านกับเงินส่วนตัวให้ชัด และจดรายรับรายจ่ายสม่ำเสมอ
ถ้ามีเงินทุนจำกัดควรเริ่มอย่างไร?
- ใช้พื้นที่ที่มีอยู่แล้ว พื้นที่หน้าบ้านหรือห้องแถวของตัวเองช่วยตัดค่าเช่า ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายประจำก้อนใหญ่ออกไปได้
- สต็อกสินค้าเท่าที่จำเป็น เริ่มจากสินค้าจำเป็นที่ขายง่ายก่อน แล้วค่อยเพิ่มหมวดตามความต้องการของลูกค้า
- ซื้ออุปกรณ์ที่ใช้จริงก่อน เช่น เครื่องคิดเลข สมุดจด หรือชั้นวางสินค้า เพื่อลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น
- แบ่งเงินเป็นก้อน ตามลำดับความสำคัญ เช่น สำหรับสินค้า สำหรับอุปกรณ์ และสำหรับค่าใช้จ่ายรายเดือน
- กันเงินฉุกเฉินสำรองไว้ส่วนหนึ่ง จะช่วยให้ร้านผ่านช่วงยอดขายตกหรือเหตุไม่คาดฝันไปได้โดยไม่ต้องดึงเงินทุนสำหรับซื้อสินค้า
- ขยายร้านค้าทีละขั้น เมื่อร้านเริ่มมีกำไรแน่นอนแล้ว จึงค่อยเพิ่มสินค้า เพิ่มตู้แช่ หรือลงทุนกับ POS
- เลือกกู้สินเชื่อสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจรายย่อย ถ้าเงินทุนที่มียังไม่พอจริง ๆ โดยประเมินก่อนทั้งรายได้ของร้าน ความสามารถในการผ่อนชำระ และเปรียบเทียบแหล่งเงินกู้ก่อนตัดสินใจ
เงินทุนเปิดร้านขายของชำไม่พอ ลองเลือกกู้สินเชื่อกับ กู๊ดมันนี่
การเปิดร้านขายของชำให้มีกำไร ควรใส่ใจทั้งการเลือกทำเลที่ตั้ง การคัดสินค้าที่เหมาะสมและมีคุณภาพ การคำนวณต้นทุนและจุดคุ้มทุนให้ดี การจัดร้านให้เป็นระเบียบและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า รวมถึงการบริหารเงินทุนอย่างเหมาะสมตามกำลังของเจ้าของร้าน
ถ้าประเมินแล้วเงินทุนของคุณยังไม่พอ ทั้งค่าสินค้า อุปกรณ์ หรือเงินหมุนเวียน กู๊ดมันนี่ เรามีสินเชื่อสำหรับคนต้องการเปิดร้านขายของชำหลากหลายประเภท คุณสามารถศึกษาข้อมูลของสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เพื่อเลือกกู้สินเชื่อที่เหมาะกับรายได้และแผนธุรกิจของคุณ โดยเลือกวงเงินเท่าที่จำเป็นและผ่อนไหว
อ่านบทความเกี่ยวกับความรู้ทางการเงิน
อาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ รายได้ไม่ประจำ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ไหม
รวมเคล็ดลับขอสินเชื่อธุรกิจ SME สำหรับคนไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
สนใจเลือกกู้สินเชื่อกับกู๊ดมันนี่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website https://goodmoneybygsb.com/
Facebook https://www.facebook.com/goodmoneybygsb/
Instagram https://www.instagram.com/goodmoneybygsb/
Tel 02 024 3888
LINE ID @goodmoneybygsb
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
สินเชื่อกู๊ดมันนี่ ดอกเบี้ย 12% – 33% ต่อปี
คำถามที่พบบ่อย
เปิดร้านขายของชำต้องใช้เงินเท่าไร?
ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบร้าน โดยร้านเล็กที่ใช้พื้นที่ของตัวเองอาจเริ่มได้ที่ราว 50,000–100,000 บาท ส่วนร้านแนวมินิมาร์ทที่เช่าพื้นที่และมีอุปกรณ์ครบอาจใช้ราว 300,000–500,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้คุณควรเผื่อเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายช่วงแรกเพิ่มไว้ด้วย
เปิดร้านขายของชำต้องมีใบอนุญาตไหม?
ร้านขายของชำทั่วไปต้องจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันหลังเริ่มกิจการ และขอใบอนุญาตเพิ่มเติมหากมีสินค้าพิเศษ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ อาหารสด หรืออาหารปรุงสำเร็จ ทั้งนี้ คุณควรสอบถามหน่วยงานในพื้นที่เพิ่มเติม
ขายของชำกำไรกี่เปอร์เซ็นต์?
กำไรของร้านขายของชำแตกต่างกันตามหมวดสินค้า โดยมักอยู่ราว ๆ 10–30% ของราคาขาย เพราะสินค้าจำเป็นที่ขายง่ายมักมีอัตรากำไรไม่สูงมาก ส่วนของกินเล่นหรือสินค้าเฉพาะกลุ่มอาจสูงกว่า สิ่งที่ควรดูคือกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่แค่ส่วนต่างต่อชิ้น
อยากเปิดร้านขายของชำ ต้องซื้อสินค้าที่ไหน?
แหล่งซื้อสินค้าหลักที่หลายคนนิยม ได้แก่ ร้านค้าส่ง Distributor และผู้ผลิตสินค้าโดยตรง ร้านเล็กที่เพิ่งเริ่มมักซื้อจากร้านค้าส่งเพราะซื้อทีละน้อยได้ ส่วน Distributor และผู้ผลิตเหมาะเมื่อมียอดขายสม่ำเสมอ ควรเปรียบเทียบยอดสั่งขั้นต่ำ (MOQ) เครดิต และค่าขนส่ง
🔎 แวะมาอ่านความรู้ดีดี จากกู๊ดมันนี่ ที่นี่
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
สินเชื่อส่วนบุคคล อัตราดอกเบี้ย 13%- 25% ต่อปี
สินเชื่อนาโนกู๊ดมันนี่ อัตราดอกเบี้ย 29%-33% ต่อปี”
*เงื่อนไขอื่นๆเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
แก้ไขล่าสุดวันที่
แชร์บทความนี้
บทความอื่นๆ
ประกาศรายชื่อผู้โชคดี กิจกรรม Snap & Share
- โปรโมชัน
สีเสื้อมงคล 2569 เสริมโชคลาภ เรียกทรัพย์
- ความรู้, ความรู้ทางการเงิน
ประกาศรายชื่อผู้โชคดี กิจกรรม Snap & Share
- โปรโมชัน